อิฐมวลเบา ข้อดี ข้อเสีย และวิธีเลือกใช้

ผนังอิฐมวลเบา ปก 2

       อิฐมวลเบา (Lightweight Block) ถือเป็นวัสดุก่อสร้างที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ โรงแรม รีสอร์ท หรือสำนักงาน เนื่องจากมีคุณสมบัติเด่นในเรื่อง น้ำหนักเบา แข็งแรง เก็บเสียง และกันความร้อนได้ดี ช่วยประหยัดทั้งโครงสร้างและค่าใช้จ่าย แต่หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าจะเลือกซื้ออิฐมวลเบา ควรซื้อแบบไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด ดังนั้้นเราจะพาคุณมาทำความรู้จัก ประเภทอิฐมวลเบา, ข้อดี-ข้อเสีย, วิธีการเลือกซื้อให้เหมาะสม และ ไอเดียการตกแต่งกันครับ

ประเภทของอิฐมวลเบา

อิฐมวลเบาแบบ CLC (Cellular Lightweight Concrete)

อิฐมวลเบา แบบ CLC
  • ผลิตจากการผสมปูนซีเมนต์ ทราย น้ำ และฟองอากาศ
  • เนื้อค่อนข้างหยาบ น้ำหนักเบา
  • ราคาถูกกว่า แต่การเก็บความร้อนและเก็บเสียงอาจน้อยกว่าแบบอื่น

อิฐมวลเบาแบบ AAC (Autoclaved Aerated Concrete)

อิฐมวลเบา แบบ AAC
  • ผลิตจากปูนซีเมนต์ ทรายป่น ยิปซัม ปูนขาว และผงอะลูมิเนียม
  • ผ่านการอบไอน้ำแรงดันสูง ทำให้เนื้อแน่น แข็งแรง และสม่ำเสมอ
  • เก็บเสียง กันร้อน และทนไฟได้ดี
  • ราคาสูงกว่า CLC แต่คุณภาพดีกว่า เหมาะกับงานที่ต้องการความคงทน

ข้อดี ข้อเสีย อิฐมวลเบา

ข้อดี ของ อิฐมวลเบา

  • น้ำหนักเบา ลดภาระโครงสร้างอาคาร
  • เก็บเสียงและกันความร้อนดี เหมาะกับบ้านพักอาศัย โรงแรม รีสอร์ท
  • ก่อสร้างรวดเร็ว เพราะก้อนใหญ่กว่าปูนแดง
  • พื้นผิวเรียบ ทำให้ฉาบบางได้ ประหยัดปูนฉาบ
  • กันไฟ ได้ดีกว่าอิฐมอญ

ข้อเสีย ของอิฐมวลเบา

  • รับน้ำหนักกดทับได้น้อยกว่าอิฐมอญ จึงเหมาะกับผนัง ไม่เหมาะกับโครงสร้าง
  • ดูดซึมน้ำง่าย หากไม่ฉาบหรือทาสีป้องกัน อาจเกิดรอยชื้น
  • ราคาสูงกว่าอิฐมอญหรืออิฐบล็อก โดยเฉพาะแบบ AAC

วิธีเลือกซื้ออิฐมวลเบาให้คุ้มค่าที่สุด

  1. เลือกตามประเภทงาน
    • งานบ้านพักอาศัยทั่วไป: เลือก AAC เพื่อความทนทานและเก็บความร้อนได้ดี
    • งานอาคารชั่วคราว หรือเน้นประหยัด: เลือก CLC
  2. ตรวจสอบคุณภาพก่อนซื้อ
    • เนื้ออิฐต้องแน่น ไม่แตกหักง่าย
    • ขนาดได้มาตรฐาน ก่อเรียงได้สม่ำเสมอ
  3. พิจารณาเรื่องราคา + ค่าแรง
    • แม้ AAC ราคาสูงกว่า แต่ก่อสร้างรวดเร็ว ฉาบบาง ใช้ปูนและแรงงานน้อยกว่า ทำให้คุ้มค่าในระยะยาว
  4. เลือกผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน มอก.
    • เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย

ไอเดียการตกแต่งด้วยอิฐมวลเบา

  1. บ้านสไตล์มินิมอล
    • ใช้อิฐมวลเบาฉาบบางแล้วทาสีขาว เรียบง่าย โปร่งสบาย
  2. คาเฟ่สไตล์ลอฟท์
    • ก่ออิฐมวลเบาแล้วฉาบบาง โชว์พื้นผิวดิบ เท่ๆ แบบคอนกรีต
  3. โรงแรมและรีสอร์ท
    • ใช้ผนังอิฐมวลเบาเพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอก เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แขก
  4. ผนังตกแต่งภายใน
    • ก่ออิฐมวลเบาเป็นผนังกั้นห้องบางๆ แล้วตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์หรือกระเบื้องลายหินอ่อน
  5. บ้านประหยัดพลังงาน ใช้อิฐมวลเบาร่วมกับหน้าต่างกระจกเขียวกันร้อน ลดการใช้แอร์

เทคนิคการก่อสร้างอิฐมวลเบา

  1. ใช้ กาวซีเมนต์ (Mortar) แทนปูนก่อทั่วไป ทำให้ก่อเร็วและฉาบบาง
  2. ควรแช่น้ำอิฐก่อนก่อ (โดยเฉพาะ CLC) เพื่อลดการดูดซึมน้ำ
  3. ตรวจเช็กแนวดิ่ง–แนวนอนทุก 2–3 แถว เพื่อความเรียบร้อย
  4. ฉาบบาง 5–8 มม. ช่วยประหยัดปูนและได้ผนังเรียบ

ยี่ห้ออิฐมวลเบายอดนิยมในไทย

  • Q-CON → แข็งแรง มาตรฐานสูง เก็บเสียงดี
  • TPI → หาซื้อง่าย ราคาสมเหตุสมผล มีหลายขนาด
  • Super Block → แข็งแรง ทนไฟ เก็บความร้อนดี
  • Insee Brick → เนื้อแน่น ควบคุมคุณภาพโรงงาน
  • Smart Block → ราคาไม่สูง ใช้งานง่าย เหมาะกับงานทั่วไป

     

อายุการใช้งานและการบำรุงรักษา

  • หากก่อและฉาบถูกวิธี อิฐมวลเบามีอายุการใช้งานกว่า 30 ปี
  • ควรทาสี/ฉาบปูนป้องกันน้ำซึมเสมอ
  • การซ่อมแซมทำได้ง่ายเหมือนผนังปูนทั่วไป

สรุป

       หากถามว่า อิฐมวลเบาแบบไหนคุ้มค่าที่สุด คำตอบคือ อิฐมวลเบาแบบ AAC ถึงแม้ราคาสูงกว่า แต่มีความแข็งแรง เก็บเสียง กันความร้อน และก่อสร้างง่าย ประหยัดค่าแรงในระยะยาว จึงเหมาะกับทั้งบ้าน อาคารพาณิชย์ และโรงแรม รีสอร์ท แต่ถ้างานก่อสร้างต้องการความประหยัด หรือเป็นโครงการขนาดเล็ก อิฐมวลเบาแบบ CLC ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกันครับ

สอบถามราคา อิฐมวลเบา รวมค่าขนส่ง ได้ที่ Line OA : @watzadu   เรามีบริการจัดส่งถึงที่